การผสมพันธุ์
การแยกเพศปลาออสการ์คล้ายกับตระกูลปลาหมอทั่วไป คือ เพศผู้จะมีสีสันมากกว่าเพศเมีย มีตัวใหญ่กว่า ช่องเปิดของอวัยวะเพศจะยื่นออกมา ส่วนเพศเมียจะกลม เพศผู้จะมีครีบหลังใหญ่กว่าเพศเมียในขณะที่เพศเมียครีบหลังค่อนข้างกลม เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ มักจะปล่อยรวมกันหลายๆ ตัวในบ่อที่มีขนาดใหญ่ มีการกั้นหินเป็นห้องๆ เพื่อให้พ่อแม่ปลาที่พร้อมจะวางไข่นั้นจับคู่
กันเอง มีกระดานพาดอยู่ในรังด้วยเพื่อให้ปลาวางไข่ที่กระดาน คุณสมบัติน้ำที่เหมาะสมในช่วงฤดูผสมพันธุ์ คือ ความเป็นกรดเป็นด่าง 6-7 ความกระด้างต่ำกว่า 160 ppm. อุณหภูมิของน้ำ 30 องศาเซลเซียส เปลี่ยนถ่ายน้ำ 25-30 % สัปดาห์ละครั้ง เมื่อปลาเริ่มวางไข่ ซึ่งไข่ปลาเป็นไข่ติด ลักษณะทรงกรวยหรือเหมือนขนมโดนัท มีความยาวประมาณ 2.0 มิลลิเมตร และความยาวมากกว่าความกว้าง จากนั้นย้ายไข่ที่ติดที่กระดานออกมาพักในภาชนะอื่นที่มีการถ่ายเทน้ำ ลูกปลาจะฟักในระยะเวลา 2-3 วัน เมื่อลูกปลาและว่ายน้ำขึ้นมาที่ผิวน้ำ จึงช้อนลูกปลาไปอนุบาล สำหรับการอนุบาลลูกปลานั้นส่วนใหญ่จะให้ไรแดงเป็นอาหารตลอด อาจจะมีการเสริมอาหารลูกปลาวัยอ่อน หรือไข่ตุ๋นก็ได้ แต่ต้องระวังเรื่องน้ำเสีย
โรคปลาออสการ์
โรคที่พบในปลาออสการ์ได้แก่
1. HITH (Hexamita)
เป็นโรคโปโตซัวที่พบทั่วไปในปลาออสการ์ ปอมปาดัวร์ และหมอสี สังเกตเห็นได้ง่ายที่บริเวณรอบๆ หัว เป็นเหมือนแผลลึกลงไปและลามไปถึงส่วนด้านหน้าหัว หรือยาวขนานไปกับเส้นข้างลำตัว สามารถทำให้ถึงตายได้ ปลาจะไม่ค่อยแสดงอาการเจ็บปวด หรือคัน และมักพบว่ามีโปโตซัวที่มีชื่อว่า Hexamita อยู่ในแผล โดยปกติโปโตซัว ชนิดนี้มักพบเป็นปกติในลำไส้ แต่ไม่เป็นอันตรายจนกระทั่งปลามีอาการอ่อนแอ อันเนื่องมาจากสาเหตุของโรคนี้ เกิดจากอาหารที่ขาดวิตามินซี น้ำมีไนเตรทสูงมาก เครียด และคุณสมบัติน้ำไม่เหมาะสม โรคนี้สามารถติดต่อได้ง่ายจากการให้อาหารที่มีชีวิต เพราะเป็นแหล่งของพยาธิ ยาที่ใช้ในการรักษาเป็นยา Fiagyl หรือ Metronidazole
2. โรคจุดขาว White Spot (Ich, Ichthyophthirius)
เป็นโรคที่เกิดจากปรสิต ซึ่งสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าได้ พบเป็นจุดขาวตามลำตัว มีขนาด 1 มม. เกาะอยู่ตามผิวของลำตัว ปลาจะแสดงอาการคันมากและจะถูกับก้อนหิน การรักษาใช้ฟอร์มาลีน 150-200 มล. ต่อน้ำ 1,000 ลิตร ในปลาขนาดใหญ่ หรือ 25-50 มล. ต่อน้ำ 1,000 ลิตร นาน 24 ชม. สำหรับปลาขนาดเล็ก
3. โรคพยาธิเห็บระฆัง
พยาธิเกาะที่ผิวตัวและเหงือก มีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วมากจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง สีปลาจะซีด หนังจะแดง คันจะเกาอย่างรุนแรง ใช้ฟอร์มาลีน 150-200 มล. ต่อน้ำ 1,000 ลิตรแช่ไว้นาน 1 ชม. หรือ 25-50 มล.ต่อน้ำ 1,000 ลิตร นาน 24 ชม.
4. โรคเกล็ดตั้ง
บางครั้งพบอาการตาโปนออกมาและเกล็ดตั้ง เกิดจากความผิดปกติของไต อาจจะเกิดจากที่มีการใช้ยามากเกินไปหรือโรคที่เกี่ยวข้อง การรักษาควรแยกปลาออกมา ล้างบ่อ ฆ่าเชื้อในบ่อเลี้ยงโดยการตากบ่อให้แห้ง และสาดสารละลายด่างทับทิม 1 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร
5. โรคโอโอดีเนียม
อาการเหมือนกับผิวหนังถูกคลุมด้วยกระดาษทราย มีแผลตกเลือด รอยด่างสีน้ำตาล หรือเหลืองคล้ายสีน้ำตาลตามลำตัว โรคนี้แพร่หลายเร็วมากถ้าไม่ได้รับการรักษาทำให้ปลาตายเร็วมาก ในการรักษาควรจะคลุมถังให้มืด ใช้ฟอร์มาลีน 30-40 มล. ต่อน้ำ 1,000 ลิตร นาน 24 ชม. ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นควรเปลี่ยนถ่ายน้ำแล้วให้ยาใหม่
6. โรคตาโปน
อาการตาโปนยื่นออกมาจากกระบอกตา ใช้ยาฆ่าเชื้อราและกำจัดเชื้อรา จะช่วยรักษาได้และไม่เป็นอันตรายมากและไม่เป็นโรคแพร่หลายมาก
7. โรคเกิดเชื้อรา
โรคที่เกิดร่วมกับโรคอื่นๆ หลังจากเป็นแผลเรื้อรัง มีเชื้อราเกิดเป็นปุยฝ้ายขาว ติดเชื้อจากกระชอนที่ใช้ร่วมกัน ควรจะมีการแช่กระชอนด้วยคลอรีน กำจัดด้วยยาฆ่าเชื้อรา การรักษาให้แช่ปลาที่ป่วยด้วยน้ำยาฟอร์มาลิน ในอัตรา 25-30 มล. / น้ำ 1,000 ลิตร นาน 3 วัน หรือ 2.5-3.0 ซีซี / น้ำ 100 ลิตร นาน 3 วัน ต่อการรักษา 1 ครั้ง ถ้าปลายังไม่หายป่วยให้รักษาซ้ำอีกครั้ง

การตลาด
ปัจจุบันตลาดต่างประเทศยังมีความต้องการปลาออสการ์ในปริมาณมาก แต่เนื่องจากปลาออสการ์ที่ผลิตในประเทศไทยยังขาดการปรับปรุงพันธุ์ เนื่องจากเกิดการผสมเลือดชิดกัน ทำให้ปลาที่ผลิตได้ขาดคุณภาพ ผู้ผลิตจึงควรมีการนำเข้าสายพันธุ์ที่ดีมาเป็นพ่อแม่พันธุ์เพื่อผลิตปลาคุณภาพส่งออกขายตลาดต่างประเทศต่อไป


back.jpg home.jpg